ปวดไมเกรน Bewell
life

ปวดไมเกรน อาการยอดฮิตของคนวัยทำงาน

โลกของการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลาภายใต้สภาพสังคมของคนยุคใหม่ที่เร่งรีบ ทำให้เหล่ามนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายต้องผจญกับปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก และอาการยอดฮิตอย่างหนึ่งของคนวัยทำงานที่หลายๆ คนต้องพบเจอก็คือการ “ปวดไมเกรน”  ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะไมเกรนนั้น ทั้งรบกวนเวลาในการทำงาน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก ฉะนั้นใครที่กำลังสงสัยว่าอาการปวดหัวบ่อยๆ หรือปวดหัวข้างเดียวของตัวเองนั้น ใช่ไมเกรนหรือเปล่า วันนี้เราจะพาไปไขคำตอบกัน 

ไมเกรน คือ อะไร ??

ไมเกรน หรือ การปวดไมเกรน (Migraine headache) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองถูกกระตุ้นได้ง่ายและไวกว่าปกติ เมื่อสมองถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ จะเกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามผิวของสมองซึ่งจะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบส่งผลให้ผู้ป่วยปวดหัว โดยมีอาการปวดหัวแบบตุบๆ ระดับรุนแรงปานกลางถึงมาก ส่วนใหญ่มักปวดหัวข้างเดียว อาจจะปวดหัวข้างขวา หรือปวดหัวข้างซ้ายก็ได้ 

อาการของการปวดไมเกรน

อาการของการปวดไมเกรน แตกต่างจากการปวดหัวแบบทั่วๆไป ปวดไมเกรนจะปวดแบบตุบๆ เป็นจังหวะ และมักจะปวดหัวแบบข้างเดียว แต่ในบางคนก็สามารถปวดทั้งสองข้างได้ โดยมากอาการปวดในช่วงแรกมักมีไม่ค่อยรุนแรง แต่จะค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง และไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นมากขึ้น โดยอาการของไมเกน มี 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 

  • ปวดไมเกรนแบบไม่มีอาการเตือน (Migraine without aura)

กลุ่มนี้จะเป็นอาการของคนส่วนใหญ่ที่ปวดไมเกรน เรียกว่าพบได้มาก เมื่อมีอาการก็จะปวดหัวข้างเดียวแบบตุบๆ คล้ายเส้นเลือดเต้น และมักปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ซึ่งอาการปวดศีรษะอาจยาวนาน 4-72 ชั่วโมง บางครั้งทานยาก็ไม่ดีขึ้น รบกวนการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างยิ่ง

  • ปวดไมเกรน แบบมีอาการเตือน (Migraine with aura) 

ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนหนึ่ง จะมีอาการเตือนก่อนจะเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งมักกินระยะเวลาประมาณ 5-60 นาที ก่อนเกิดอาการปวดไมเกรน อาการเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท มีอาการ เช่น มองเห็นแสงกะพริบๆ แสงซิกแซ็ก กล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกชาที่มือหรือเท้า หาวบ่อยๆ แล้วจึงจะตามมาด้วยอาการปวดหัวข้างเดียว แบบตุบๆ ค่อนข้างรุนแรง 

สาเหตุของไมเกรน

อาการปวดไมเกรนนั้นเกิดระบบไฟฟ้าที่ผิวสมองผิดปกติ ทำให้สมองถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่เข้าไปรบกวนได้ง่ายๆ  ดังนั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้อาการของไมเกรนกำเริบได้ จึงเกิดจากจากการสมองถูกกระตุ้นจากสิ่งที่ผิดปกติ เช่น เสียงดัง ความวุ่นวาย ความเครียดสะสมที่กระตุ้นให้สมองทำงานผิดปกติ ในกลุ่มคนวัยทำงาน การทำงานหนัก มีความเครียดสะสม ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือการนอนน้อย จะกระตุ้นให้อาการของไมเกรนกำเริบได้ง่าย ผู้ที่มีอาการไมเกรนจึงจำเป็นจะต้องสังเกตตนเองว่าอะไรคือสาเหตุ หรือสิ่งกระตุ้นให้อาการไมเกรนกำเริบ และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นๆ 

การรับมือกับการเกิดไมเกรนในที่ทำงาน

เพื่อป้องกันไม่ให้การปวดไมเกรน รบกวนการใช้ชีวิตปกติของเรา โดยเฉพาะรบกวนการทำงาน วันนี้เราจะพาชาว Bewell  ไปดูกันว่า เราจะเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับอาการปวดไมเกรน โดยเฉพาะการเกิดไมเกรนในที่ทำงานได้อย่างไร 

เรื่องแรกที่เราต้องทำหากเคยมีอาการไมเกรนก็คือ เราต้องสังเกตว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการและพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน เช่น จะเป็นเสมอๆ ถ้าอยู่ในสภาวะที่งานยุ่ง ทำงานไม่ทัน ก็ต้องพยายามวางแผนงานให้ดีเข้าไว้  นอกจากนั้น ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามจัดตารางชีวิตให้เข้านอนตรงตามเวลาทุกวัน เพื่อให้การทำงานของสารเคมีในสมองกลับสู่ภาวะปกติ งดสูบบุหรี่ งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และที่สำคัญต้องหมั่นไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ต้องหักโหมจนเกินไปนะ เอาแบบพอดีๆ หาอุปกรณ์ช่วยออกกำลังกายแบบทำง่ายๆ มาออกกำลังที่บ้าน หรือออกกำลังเบาๆ ที่ออฟฟิศบ้าง จะได้ไม่ต้องเครียดกับการเดินทาง  ที่สำคัญในระหว่างวันที่นั่งทำงาน อย่าลืมการผ่อนคลายอิริยาบถเพื่อช่วยคลายเครียดก็จะลดอาการไมเกรนได้ดี แต่ถ้าทำตามนี้แล้วยังคงมีอาการปวดไมเกรนรุนแรง ก็แนะนำว่าต้องไปปรึกษาคุณหมอให้คุณหมอช่วยนะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *